ความรู้ที่ควรรู้!!

     เกี่ยวกับคลอรีนและวิธีกำจัดในระบบสายการผลิต


       คลอรีน (chlorine)เป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ รา รวมทั้งจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) 

       ซึ่งคลอรีนมีหลายรูปแบบมีทั้ง รูปแบบน้ำ แก๊ส และแบบผงหลายคนที่ใช้งานอาจจะยังไม่รู้ถึงข้อดี ข้อเสีย และวิธีการกำจัดคลอรีนในสายการผลิตวันนี้เราจะมาแนะนำ

ข้อดีของคลอรีน
1.       ใช้ฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ในน้ำดื่มและน้ำในสระว่ายน้ำ
2.       ใช้ในอุตสาหกรรมผลิต กระดาษ ทำยาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทำสีผสมอาหาร ยาฆ่าแมลง สี ลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม พลาสติก เวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมเท็กไทล์ ฯลฯ
3.       ใช้ฆ่าเชื้อพื้นโรงงานบริเวณที่ผลิต
4.       ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย (Waste Water Treatment)
5.       ราคาถูก


ข้อเสียของคลอรีน
1.       สร้างสารไตรฮาโลมีเทนที่เป็นสารก่อมะเร็ง
2.       คลอรีนน้ำมีความยุ่งยากในการจัดเก็บ
โดยปกติคลอรีนสามารถสลายเองตามธรรมชาติได้โดยปกติใช้ระยะเวลา 3 วัน แต่ถ้าใช้วิธีกำจัดคลอรีน ในสายการผลิตสามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งมี 2 วิธีคือ


1.       การใช้ Carbon Filter เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้กันในหลายอุตสาหกรรมซึ่งวิธีนี้จะเป็นการ absorp ให้ตัวคลอรีนเข้าไปในเม็ดคาร์บอนแล้วให้คาร์บอนเป็นตัวทำลายสารคลอรีน
2.       การใช้ UV เป็นหนึ่งขั้นตอนที่เหมาะกับทุกอุตสาหกรรมเพราะใช้พื้นที่ไม่เยอะ และไม่ต้องเปลี่ยนสารกรองบ่อยๆ เหมือน Carbon Filter ซึ่ง UV จะต่างกับการใช้ Carbon Filter เพราะ UV

เป็นวิธีที่ไม่ใช่การกรอง แต่เป็นการใช้กระบวนการ Photolysis ในการตัดโมเลกุลของคลอรีนเพื่อกำจัดคลอรีนตกค้างในน้ำและยังได้ประโยชน์ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำที่มีประสิทธิภาพ และไม่มีผลต่อคุณภาพของน้ำวิธีนี้จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทดแทนวิธีการใช้สารเคมีต่างๆ
 
อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องตระหนักถึงการใช้คลอรีนให้มากเพราะหากใช้ และกำจัดผิดวิธีก็อาจจะเกิด อันตรายในวงกว้างได้


คุยกันต่อได้ที่ 
Facebook : Domnick hunter-RL
Youtube : domnick hunter-RL