ระบบการบำบัดน้ำ

น้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกชีวิตโดยเฉพาะมนุษย์ เราต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นน้ำที่นำมาใช้ต้องมีความสะอาด ปลอดภัย และมีลักษณะที่น่าใช้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ ระบบบำบัดน้ำเป็นกระบวนการในการกำจัดสิ่งปนเปื้อน หรือการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ


บริษัท ดอมนิค ฮันเตอร์ – อาร์แอล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่มีความชำนาญเรื่อง ระบบบำบัดคุณภาพน้ำ เป็นอย่างดี มีทีมงานที่พร้อมให้บริการ รวมถึงให้คำปรึกษาในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด โดยผลิตภัณฑ์บำบัดน้ำเสียของบริษัท ดอมนิค ฮันเตอร์ – อาร์แอล (ประเทศไทย) จำกัด นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทตามรายละเอียดดังต่อไปนี้


1. การบำบัดน้ำด้วย ระบบโอโซน โอโซน (Ozone)

คือสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ช่วยในการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นสารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทั้งองค์ประกอบที่เป็นอินทรีย์ (Organics) และอนินทรีย์ (Inorganics) รวมถึงสารเคมีประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีสี หรือกลิ่นใด ๆ ก็ตาม การนำ โอโซน (Ozone) มาใช้เพื่อการปรับสภาพน้ำในโรงงานอุตสาหกรรมจึงพบได้อย่างแพร่หลาย แต่การพิจารณาเลือกระบบการปรับสภาพน้ำด้วยโอโซนนั้นจำเป็นต้องพิจารณาลักษณะของการเกิดน้ำเสียด้วย ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน และประสิทธิภาพของการปรับสภาพน้ำตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • น้ำเสียที่มีองค์ประกอบของ Biofilm ซึ่ง Biofilm คือ จุลินทรีย์ประเภทหนึ่งที่เมื่อมีเป็นจำนวนมาก จะสร้างโมเลกุลเพื่อการเกาะร่วมกันที่เรียกว่า Polymer ขึ้นมาทำให้ยากต่อการกำจัด ทั้งยังมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนพื้นผิวต่าง ๆ อีกด้วย โอโซนมีคุณสมบัติในการกำจัดจุลินทรีย์เกือบทุกชนิด ร่วมถึงผนังเซลล์ที่ทำลายได้ยากของ Biofilm ด้วย เมื่อการยึดเกาะสลาย ตะกรัน เมือก หรือตะไคร้น้ำก็จะสูญสลายไปในที่สุด
  • น้ำเสียที่มีองค์ประกอบของตะกรัน ตะกรันโดยมากเกิดจากสารเคมีจำพวก Calcium carbonate หรือ Magnesium carbonate ซึ่งเป็นสารที่พบได้มากในเครื่อง Cooling tower โดยเฉพาะบริเวรพื้นผิวที่น้ำใช้แลกเปลี่ยนความร้อน การที่น้ำเสียมีการสะสมของสารประเภทอยู่นี้จะทำให้การ บำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ แต่ในเครื่องบำบัดน้ำเสียด้วย ระบบโอโซน นั้นจะสามารถทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไออน (Ca2+) และคาร์บอเนตไอออน (CO32-) เพื่อป้องกันการเกิดเป็น Calcium carbonate ได้ ซึ่งโดยมากอนุภาคไออนทั้ง 2 ชนิดนี้จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเกลือแคลเซียมไนเตรดแทน ซึ่งเป็นสารที่สามารถตกตะกอนได้ และกำจัดได้ด้วย ระบบการกรองน้ำในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้โอโซน (Ozone) ยังมีข้อดีที่ควรนำมาพิจารณาเลือกใช้ ดังนี้

  • ลดค่าใช้จ่ายที่เป็นสารเคมีราคาแพง พร้อมการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และปรับสภาพน้ำให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
  • ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก ๆ จึงช่วยประหยัดพลังงาน


2. การกรองน้ำด้วยไส้กรองระบบ Reverse Osmosis System (RO Membrane)

เป็นระบบที่ต้องอาศัย RO membrane ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งทางดอมนิค ฮันเตอร์ – อาร์แอล เป็นตัวแทนจำหน่ายของ LG Chem ซึ่งเป็นผู้ผลิต RO membrane คุณภาพสูงระดับโลก มีการพัฒนาและสร้างสรรค์เทคโนโลยีการปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการนำ RO membrane มาใช้ ซึ่งเมื่อแรกพัฒนาขึ้นมาเพื่อกรองเอาเกลือ หรือ Desalination ออกจากน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย ทำให้น้ำดังกล่าวกลายเป็นน้ำที่เหมาะแก่การบริโภค ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกพัฒนามาใช้ในระบบบำบัดน้ำเสียระดับอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Thin Film Nanocomposite membrane หรือ TFN เป็นระบบการกรองน้ำที่มีต้นทุนต่ำมาก ประหยัดพลังงาน ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในกระบวนการบำบัดน้ำ เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อน และทำให้น้ำจากแหล่งต่างๆ เป็นน้ำบริสุทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกรองด้วยระบบ RO Membrane จัดได้ว่าเป็นการกรองที่ละเอียดที่สุดเท่าที่มีในปัจจุบัน โดยขนาดการกรองอยู่ประมาณ 0.0001 ไมครอน หรือเล็กกว่าเส้นผมถึง 500,000 เท่า (เส้นผม=50 ไมครอน) ซึ่งกรองได้ถึงระดับไอออน และโมเลกุลของสารละลายที่อยู่ในน้ำ ดังนั้น น้ำที่ผ่านการกรองด้วยระบบ RO Membrane จะเป็นน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น


คุณสมบัติของไส้กรอง Reverse Osmosis System (RO Membrane) ของ LG Chem

  • ด้านบนของตัวกรองที่เป็นโพลีเอไมด์เคลือบด้วยอนุภาคระดับนาโน
  • มีความสามารถในการไหลเวียนของอากาศที่ดี เนื่องจากเป็น RO membrane ที่สามารถดูดซับเกลือได้ดี
  • ได้คุณภาพมาตรฐาน โดยองค์กร NSF ให้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน 61 สำหรับการผลิตน้ำดื่ม


ข้อดีของไส้กรอง Reverse Osmosis System (RO Membrane) ของ LG Chem

  • ช่วยการประหยัดสารเคมีเมื่อเทียบกับวิธีการบำบัดคุณภาพน้ำวิธีอื่น ๆ
  • ประหยัดต้นทุน ต้นทุนของการบำบัดน้ำส่วนใหญ่อยู่ที่พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการปั๊มน้ำ ซึ่งถูกกว่าค่าสารเคมีมาก
  • สะดวกกว่าการทำน้ำบริสุทธิ์ด้วยวิธีอื่น เพราะไม่ต้องเปลี่ยนสถานะของน้ำก่อน (Nophase change) เหมือนอย่างวิธีการกลั่นน้ำทั่วๆไป
  • มีความกะทัดรัดกว่าระบบอื่น ๆ


3. การปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วย UV ฆ่าเชื้อ หรือเทคโนโลยีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) ของฮาโนเวีย

มีการนำ ระบบ UV มาใช้ เพื่อการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำ ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อโรค และช่วยลดการใช้สารเคมีในน้ำสำหรับงานระบบอุตสาหกรรม ได้เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่การฆ่าเชื้อและกระบวนการ De-chlorination และ De-ozonation ของฮาโนเวีย ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาเทคโนโลยีการใช้รังสีอัลตราไวโอเลตขั้นสูง เหมาะสำหรับการใช้งานบำบัดน้ำเสียและปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยตรง ทั้งยังได้รับการควบคุมมาตรฐานจากองค์กรระดับโลกอย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาระหว่างประเทศ (FDA) อีกด้วย การใช้ UV ฆ่าเชื้อ ในน้ำนั้น ถือเป็นวิธีการที่มีความปลอดภัย เพราะไม่ส่งผลใด ๆ ต่อคุณภาพของน้ำ และยังไร้สารตกค้าง หรือกลิ่นที่คงค้างอยู่ในน้ำ เหมือนการฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีอย่างคลอรีนอีกด้วย จึงมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ใช้ในการบำบัดคุณภาพน้ำดื่ม การบำบัดน้ำเสีย รวมถึงน้ำที่ใช้ในการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย


ทำไมต้องเลือกระบบฆ่าเชื้อ UV (Ultraviolet) ของ Hanovia

  • การรับประกันปริมาณรังสียูวี จากเทคโนโลยี UV Dechlorination ของ Hanovia ให้การรับประกันปริมาณรังสียูวีที่สูงสำหรับการกำจัดคลอรีนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานทางอุตสาหกรรมมากมายรวมถึงการผลิตเบียร์ และน้ำอัดลม
  • ปราศจากสารเคมี สามารถช่วยปกป้องเยื่อของไส้กรอง RO membrane ลดความเสี่ยงในการตกค้างของคลอรีน และการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ได้เป็นอย่างดี
  • ขนาดกะทัดรัด ง่ายต่อการบำรุงรักษา
  • ต้นทุนตลอดอายุการใช้งานไม่สูงจนเกินไป


ด้วยมาตรฐานของอุปกรณ์สำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำของบริษัท ดอมนิค ฮันเตอร์ – อาร์แอล (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีคุณภาพสูงเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ จึงทำให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพ อีกทั้งทางบริษัทยังมีวิศวกรผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วภายในเวลาที่กำหนด ให้ได้รับความพึงพอใจตลอดการใช้งานอีกด้วย.

ซ่อนเนื้อหา...

อ่านเพิ่มเติม